สถานการณ์น้ำท่วมอยุธยาเริ่มขยายวงกว้าง หลังกรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนนอกคันกั้นน้ำใน 6 อำเภอ รวม 5,030 ครัวเรือน โดยอำเภอเสนาและผักไห่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ภายหลังจากที่กรมชลประทานได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่นอกคันกั้นน้ำอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลล่าสุดพบว่า มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนแล้วจำนวน 5,030 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 6 อำเภอ โดยมีรายละเอียดผลกระทบในแต่ละพื้นที่ ดังนี้
- อำเภอเสนา: 10 ตำบล 71 หมู่บ้าน 4 ชุมชน (1,437 ครัวเรือน)
- อำเภอผักไห่: 8 ตำบล 55 หมู่บ้าน (1,380 ครัวเรือน)
- อำเภอบางบาล: 9 ตำบล 48 หมู่บ้าน (968 ครัวเรือน)
- อำเภอบางไทร: 14 ตำบล 38 หมู่บ้าน (685 ครัวเรือน)
- อำเภอบางปะอิน: 10 ตำบล 17 หมู่บ้าน (390 ครัวเรือน)
- อำเภอพระนครศรีอยุธยา: 4 ตำบล 11 หมู่บ้าน 3 ชุมชน (170 ครัวเรือน)
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยและพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ติดตามประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น
- เช็กเส้นทางด่วน! ทล.331 ศรีราชาน้ำท่วมขังใต้ต่างระดับหนองขาม การจราจรชะลอตัวหนัก
- พัทยาอ่วม! ฝนถล่มกลางดึก น้ำท่วมมิดถนน รถเล็กดับเกลื่อน-ชาวบ้านลุยน้ำทุลักทุเล
- ภราดร ลั่นอย่าเอาความเดือดร้อน ปชช. เล่นการเมือง ชี้แก้น้ำท่วมเจ้าพระยายั่งยืนต้องใช้เวลา 7-8 ปี