คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangอยุธยา · เปลี่ยน

ไฟไหม้โรงงานที่นอนบางไทร วอดทั้งหลังเสียหาย คุมเพลิง 3 ชม.

ที่มา: ข่าวอยุธยา | Khaoayutthaya

ไฟไหม้โรงงานที่นอนบางไทร วอดทั้งหลังเสียหาย คุมเพลิง 3 ชม. เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงเผาวอดโรงงานผลิตที่นอนและหมอนยางพารา เนื้อที่กว่า 30 ไร่ เสียหายทั้งหมด คาดต้นเพลิงมาจากกองเศษโฟมหลังโรงงานแล้วลุกลามอย่างรวดเร็ว โชคดีขณะเกิดเหตุไม่มีคนงานอยู่ เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 9 กันยายน 2569 พ.ต.ท.ธงชัย แก้วจรูญ สว.สอบสวน สภ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในบริษัท อีโค่ เลเท็กซ์ จำกัด ม.8 ต.บางไทร อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นโรงงานผลิตหมอนและที่นอนยางพารา จึงประสานรถดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน จ.พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียง พร้อมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย ไปควบคุมเพลิง ที่เกิดเหตุพบกลุ่มควันดำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นท้องฟ้า สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล แม้เป็นเวลากลางคืน โดยโรงงานดังกล่าวมีพื้นที่ขนาดใหญ่ประมาณ 30 ไร่ ภายในมีโกดังขนาดใหญ่ใช้สำหรับผลิตและเก็บวัสดุ ทั้งยางพารา โฟม และผ้า ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง โดยเฉพาะด้านหลังโรงงานที่อยู่ติดกับชุมชนซึ่งมีบ้านเรือนประชาชนหลายหลังคาเรือน เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลาม ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ เหลือเพียงบริเวณกลางโกดังซึ่งเป็นจุดเก็บสารเคมีที่ใช้ในการผลิต ต้องใช้โฟมเข้าดับ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบความเสียหายหนัก โกดังขนาดใหญ่ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลังจนโครงสร้างยุบตัว รวมถึงโกดังขนาดเล็กที่อยู่ด้านข้าง รถบรรทุก 4 คัน วัตถุดิบยางพารา อุปกรณ์ประกอบที่นอนและหมอน รวมถึงเครื่องจักรทั้งหมดถูกไฟเผาวอด นายสมภพ แสงเรื่องรอง อายุ 59 ปี รปภ.ของโรงงาน ให้การว่า ขณะเกิดเหตุไม่มีคนงานอยู่ภายใน ตนนั่งอยู่ในป้อมยามก่อนเห็นเปลวไฟลุกขึ้นจากด้านหลังโรงงาน ซึ่งเป็นจุดที่นำเศษโฟมและเศษวัสดุเหลือใช้จากการผลิตมากองรวมกัน จากนั้นไฟได้ลุกลามไปยังจุดเก็บสินค้าที่เป็นโฟมอัดก้อน ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถควบคุมได้ จึงรีบแจ้งเจ้าของโรงงานและเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยเหลือ ด้านนางปวีณา ทองสกุลพันธ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว แต่ยังคงต้องฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไว้เพื่อป้องกันไฟปะทุซ้ำ ส่วนจุดที่เป็นที่เก็บสารเคมีจะใช้โฟมฉีดควบคุม และบางจุดที่ยังมีไฟคุกรุ่นอยู่ใต้กองวัสดุ จะใช้รถแบ็คโฮขนาดใหญ่เข้าเกลี่ยกองวัสดุแล้วฉีดน้ำดับ มีรายงานว่าโรงงานดังกล่าวเคยเกิดเพลิงไหม้มาแล้ว 2 ครั้ง แต่เสียหายไม่มาก ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 และเสียหายรุนแรงที่สุด

พัฒนาการของเหตุการณ์: 2 รายงาน

ความคิดเห็น