คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangอ่างทอง · เปลี่ยน

ยูเครนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันนอกชายฝั่งเมืองโซชีของรัสเซีย ไฟลุกท่วมกลางทะเล

ที่มา: ไทยรัฐ

ยูเครนส่งโดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันติดธงไลบีเรียนอกชายฝั่งเมืองโซชีของรัสเซีย ทำให้เกิดไฟไหม้รุนแรงและกลุ่มควันดำขนาดใหญ่ ขณะที่ลูกเรือชาวอินเดียทั้ง 23 คนได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย ด้านรัสเซียตอบโต้อย่างหนักหน่วงด้วยขีปนาวุธกว่า 50 ลูกและโดรนกว่า 130 ลำ ถล่มหลายภูมิภาคของยูเครนรวมถึงกรุงเคียฟ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 ราย

ยูเครนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของรัสเซียในช่วงค่ำวันอังคาร (6 ต.ค.) ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่กลางทะเล และมีกลุ่มควันดำหนาทึบลอยปกคลุมบางพื้นที่ของเมืองโซชี เมืองตากอากาศสำคัญริมทะเลดำของรัสเซีย

กระทรวงคมนาคมของรัสเซียระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันที่ติดธงไลบีเรียถูกโจมตีด้วยโดรนทางทะเลและเกิดเพลิงไหม้น้ำมันดิบในทะเลดำอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่สามารถเข้าควบคุมเพลิงได้ทันที เนื่องจากความรุนแรงของไฟ อย่างไรก็ตาม ลูกเรือทั้งหมด 23 คน ซึ่งเป็นชาวอินเดีย ได้รับการช่วยเหลือและอพยพออกจากเรืออย่างปลอดภัย

ภาพและคลิปวิดีโอจากเมืองโซชีที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ แสดงให้เห็นเปลวไฟสีส้มสว่างลุกไหม้อยู่กลางทะเล พร้อมกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ขณะที่นายกเทศมนตรีเมืองโซชีประกาศจำกัดการเข้าถึงพื้นที่ชายฝั่งและชายหาด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่รัสเซียและยูเครนเพิ่มการโจมตีเป้าหมายทางการค้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในบริเวณทะเลดำอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นในปี 2022

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รัสเซียได้โจมตีเรือขนส่งธัญพืชที่บรรทุกสินค้าของยูเครนใกล้ชายฝั่งโรมาเนีย ซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ขณะที่ยูเครนระบุว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของรัสเซียเป็นการตอบโต้ที่ชอบธรรมต่อการโจมตีทางอากาศของรัสเซียที่เกิดขึ้นแทบทุกคืนต่อเมืองต่าง ๆ ของยูเครน

ก่อนหน้านี้ การโจมตีสถานที่ด้านน้ำมันในพื้นที่ทางตอนใต้ของรัสเซียโดยยูเครน เคยทำให้เกิดคราบน้ำมันในทะเล ต้องปิดชายหาด และมีรายงานฝนสีดำปนสารพิษตกลงมาในบางพื้นที่

ขณะเดียวกัน รัสเซียได้เพิ่มการโจมตีกรุงเคียฟ โดยมุ่งเป้าไปยังสะพานสำคัญและพื้นที่ใจกลางเมืองด้วยโดรนในช่วงกลางวัน ซึ่งเป็นรูปแบบการโจมตีที่เพิ่มแรงกดดันต่อประชาชนและส่งผลให้การจราจรในเมืองเป็นอัมพาตในหลายช่วงเวลา

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยว่า การโจมตีของรัสเซียในวันนี้ (7 ต.ค.) ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 คนทั่วประเทศ รวมถึง 5 คนจากเหตุขีปนาวุธโจมตีอาคารที่พักอาศัยสูง 5 ชั้นในเมืองปรีลุกี แคว้นเชอร์นิฮิฟ ทางตอนเหนือของประเทศ

หน่วยกู้ภัยยังคงค้นหาผู้รอดชีวิตและผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคาร โดยเซเลนสกีเตือนว่าอาจยังมีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังพยายามค้นหาทุกคนที่อาจยังมีชีวิตอยู่ นอกจากนี้ มีผู้เสียชีวิต 2 คนจากขีปนาวุธที่โจมตีอาคารสูงในเมืองดนีโปรและเครเมนชุก ทางตอนกลางของยูเครน อีก 2 คนเสียชีวิตในเมืองโอเล็กซานเดรีย และในกรุงเคียฟมีผู้เสียชีวิต 2 คน

วิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ระบุว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนในเมืองหลวงเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ในย่านดาร์นิตสกี ซึ่งเป็นย่านที่มีประชากรหนาแน่น

เซเลนสกีเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า รัสเซียกำลังเตรียมการโจมตีครั้งใหญ่ โดยเฉพาะต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ขณะที่เขากล่าวในเวลาต่อมาว่า การโจมตีครั้งล่าสุดเป็นหนึ่งในการโจมตีที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 50 ลูก และส่งโดรน 130 ลำโจมตีหลายภูมิภาคในช่วงกลางคืน รวมถึงแคว้นดนีโปรเปตรอฟสก์ กรุงเคียฟ แคว้นคาร์คิฟ และแคว้นโปลตาวา

กองทัพยูเครนสามารถสกัดขีปนาวุธและโดรนบางส่วนได้ โดยรายงานว่าสามารถยิงสกัดขีปนาวุธแบบวิถีโค้งได้ 5 ลูก ขีปนาวุธร่อน 39 ลูก และโดรนมากกว่า 100 ลำ แต่เซเลนสกีระบุว่า ขีปนาวุธแบบวิถีโค้งยังคงเป็นภัยคุกคามที่รับมือได้ยากที่สุด และยูเครนจำเป็นต้องได้รับระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน

กรุงเคียฟเผชิญการโจมตีเพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ฤดูหนาวกำลังใกล้เข้ามา สัญญาณเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นเกือบต่อเนื่องเพื่อเตือนประชาชนถึงการโจมตีของรัสเซีย

ประชาชนจำนวนมากต้องลงไปหลบภัยในสถานีรถไฟใต้ดินในช่วงกลางคืน พร้อมนำกระเป๋า เสื่อสำหรับนอน และผ้าห่มติดตัวไปด้วย หลังมีการประกาศเตือนภัยทางอากาศ

การโจมตีครั้งใหม่ยังทำให้เกิดการตัดกระแสไฟฟ้าตามแผนในบางพื้นที่ของกรุงเคียฟ เพื่อช่วยลดภาระของระบบไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีอย่างต่อเนื่อง เสียงเครื่องปั่นไฟที่กลับมาดังตามท้องถนนทำให้ประชาชนหวนนึกถึงฤดูหนาวที่ผ่านมา ซึ่งการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของรัสเซียเคยทำให้ระบบไฟฟ้าและระบบทำความร้อนของยูเครนขัดข้องเป็นวงกว้าง

เซเลนสกีเตือนประชาชนให้ติดตามสัญญาณเตือนภัยทางอากาศอย่างใกล้ชิด โดยระบุว่าหน่วยข่าวกรองได้รับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเตรียมโจมตีครั้งใหญ่ของรัสเซีย ช่องทางติดตามสถานการณ์ทางทหารคาดว่า รัสเซียอาจใช้การโจมตีขนาดใหญ่ที่ผสมผสานทั้งขีปนาวุธร่อน ขีปนาวุธแบบวิถีโค้ง และโดรนความเร็วสูงที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไอพ่น

เซเลนสกีกล่าวว่า กองทัพยูเครนเตรียมพร้อมตอบโต้ในขอบเขตที่ระบบป้องกันประเทศสามารถทำได้ ขณะที่ประชาชนยังคงต้องเผชิญความหวาดกลัวจากการโจมตีทางอากาศที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง.

ความคิดเห็น