คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangอ่างทอง · เปลี่ยน

เพิ่มมูลค่าข้าวไทย รัฐบาลชวนรู้จัก “ชาใบอ่อนข้าวหอมมะลิ 105” เครื่องดื่มสุขภาพ

ที่มา: ไทยรัฐ

รัฐบาลชื่นชมงานวิจัย ARDA ผนึก ม.มหิดล ต่อยอดสู่ “ชาใบอ่อนข้าวหอมมะลิ 105” พลิกใบข้าวเป็นเครื่องดื่มสุขภาพ เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้เกษตรกร

วันที่ 25 ตุลาคม 2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลชื่นชมการนำงานวิจัยและนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะการต่อยอด “ข้าวหอมมะลิ 105” จากพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดร้อยเอ็ด สู่ผลิตภัณฑ์ “ชาใบอ่อนข้าวหอมมะลิ 105” เครื่องดื่มทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่สนใจผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากการเผยแพร่บนโลกออนไลน์ สะท้อนให้เห็นว่าผลผลิตเกษตรไทยยังมีโอกาสสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อีกมาก

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA ให้ความสำคัญกับการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกร โดย ARDA ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกและผลิตชาใบข้าวจากใบอ่อนข้าวหอมมะลิ 105 เพื่อพัฒนาอาชีพในจังหวัดร้อยเอ็ด มุ่งต่อยอดข้าวไทยจากการจำหน่ายผลผลิตแบบเดิมสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มที่ตอบโจทย์ตลาดอาหารและเครื่องดื่ม

เบื้องหลังนวัตกรรมนี้มี ผศ.ดร.สุภัทร์ ไชยกุล อาจารย์ประจำภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย พัฒนาองค์ความรู้ตั้งแต่การปลูกและเก็บเกี่ยว การควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ ไปจนถึงการแปรรูป เพื่อให้ใบอ่อนข้าวหอมมะลิ 105 สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง

สำหรับจุดเด่นของงานวิจัย คือการมองเห็นมูลค่าของต้นข้าวตั้งแต่ใบอ่อน ไม่ใช่รอเก็บเกี่ยวเฉพาะเมล็ด โดยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นใช้ระยะเวลาปลูกประมาณ 28 วัน และสามารถเก็บเกี่ยวใบอ่อนได้ถึง 3 ครั้งต่อรอบการผลิต ภายใต้การจัดการที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรมีผลผลิตสำหรับจำหน่ายในรอบที่สั้นลง และสร้างรายได้เสริมควบคู่กับการทำนาแบบเดิม

โครงการนำร่องในจังหวัดร้อยเอ็ด มีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 350 ราย ครอบคลุม 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เกษตรวิสัย อ.สุวรรณภูมิ อ.ปทุมรัตต์ อ.โพนทราย และ อ.หนองฮี พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ตั้งแต่การจัดการแปลงปลูกและการดูแลคุณภาพใบอ่อน ไปจนถึงการแปรรูปและพัฒนาตลาด ข้อมูลจากโครงการระบุว่า ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นกว่า 80% ขณะที่การต่อยอดเชิงพาณิชย์สามารถเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้ประมาณ 1,500-2,000 บาทต่อไร่ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับรูปแบบการผลิตและตลาดรองรับ

นอกจากผลิตเป็นใบชาแล้ว ใบอ่อนข้าวหอมมะลิ 105 ยังสามารถแปรรูปเป็นผงสำหรับใช้ในเครื่องดื่มและอาหารได้หลากหลาย ตั้งแต่ชาและลาเต้ ไปจนถึงสมูทตี้และเบเกอรี่ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านกาแฟ ธุรกิจอาหาร และอุตสาหกรรมแปรรูป นำวัตถุดิบจากข้าวไทยไปสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคและสร้างโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกร

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า “นี่คือตัวอย่างของการนำงานวิจัยมาตอบโจทย์เศรษฐกิจจริง จากเดิมที่เกษตรกรมีรายได้หลักจากเมล็ดข้าว สู่การใช้ประโยชน์จากส่วนอื่นของพืชเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ เชื่อมโยงนักวิจัย เกษตรกร และผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน เพิ่มโอกาสทางการตลาด และสร้างความหลากหลายให้สินค้าเกษตรไทยสามารถแข่งขันด้วยคุณค่าและนวัตกรรมได้มากขึ้น “ชาใบอ่อนข้าวหอมมะลิ 105” จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนจากนาเป็นชา แต่เป็นการเปิดมุมใหม่ให้กับข้าวไทย ที่มีคุณค่าได้ตั้งแต่ใบอ่อนจนถึงเมล็ด พร้อมสร้างทางเลือกให้เกษตรกรและเพิ่มโอกาสให้วัตถุดิบท้องถิ่นก้าวสู่ตลาดผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าสูงได้อย่างยั่งยืน”

ความคิดเห็น