คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangอ่างทอง · เปลี่ยน

ครม. เคาะงบกลาง 10,508 ล้าน เยียวยาน้ำท่วม โต้เงินหมด โวสั่งใจใน 2 วัน

ที่มา: The Thaiger

ครม. เคาะงบกลาง 10,508 ล้าน เยียวยาน้ำท่วม โต้เงินหมด โวสั่งใจใน 2 วัน

โฆษกรัฐบาลแจง ครม. อนุมัติงบกลาง 10,508 ล้านบาท เร่งจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม โต้ข่าวลือเงินหมด ยันระบบจ่ายไวใน 2 วัน พร้อมจี้ กทม. เร่งคัดกรองข้อมูลผู้เดือดร้อนจริง

นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 10,508 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมมอบหมายให้ตัวแทนคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แจ้งต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า คณะรัฐมนตรีมีความพร้อมที่จะเข้ารับฟังและชี้แจงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจระหว่างวันที่ 27–29 ตุลาคมนี้

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการบิดเบือนข้อมูลว่าเงินเยียวยาหมด โดยระบุว่า เหตุอุทกภัยเกิดขึ้นช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ซึ่งเป็นวันสิ้นปีงบประมาณ ขณะนั้นเหลืองบกลางอยู่ประมาณ 4,700 ล้านบาท ครม. จึงมีมติเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ให้นำเงินก้อนดังกล่าวมาจัดสรรเป็นเงินเยียวยาเบื้องต้นตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อไม่ให้เงินต้องถูกส่งคืนคลังตามระบบงบประมาณ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เร่งรัดสั่งจ่ายไปแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท และเมื่อมีคำขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมเข้ามาอีกกว่า 1 ล้านครัวเรือน ครม. จึงอนุมัติงบกลางปี 2570 เข้ามารองรับ ซึ่งถือเป็นการบริหารจัดการงบประมาณอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่กรณีเงินหมดตามที่มีการปล่อยข่าวลือจนทำให้ประชาชนตื่นตระหนกไปเข้าคิวรอ

สำหรับกระบวนการสั่งจ่ายเงินเยียวยา รัฐบาลได้ปรับลดระยะเวลาการทำงานลงอย่างมาก เมื่อเรื่องส่งมาจากจังหวัดถึง ปภ. เจ้าหน้าที่จะใช้เวลาตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประชาชนและป้องกันการเบิกจ่ายซ้ำซ้อนไม่เกิน 1 วัน จากนั้นส่งข้อมูลไปยังธนาคารออมสิน ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ลดเวลาโอนเงินจากเดิม 3 วัน เหลือเพียง 1 วัน ทำให้ประชาชนได้รับเงินภายใน 2 วันทำการ ส่วนข้อกล่าวหาว่าแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ดำเนินการล่าช้านั้นไม่เป็นความจริง แอปพลิเคชันเป็นเพียงช่องทางการลงทะเบียนและตรวจสอบตัวบุคคล แต่การอนุมัติต้องผ่านการตรวจสอบพื้นที่จริงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นอกจากนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของกรุงเทพมหานคร (กทม.) และตัวแทนประชาชนในพื้นที่เมืองหลวง โดยระบุว่า ในต่างจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) และ ส.ส. สามารถลงพื้นที่สำรวจจุดที่น้ำท่วมได้อย่างแม่นยำ แต่ใน กทม. กลับพบปัญหาว่า ส.ก. หรือ ส.ส. ไม่ลงไปสำรวจข้อมูลจริง

ทั้งยังพบว่า กทม. ไม่ได้เปิดระบบ API เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันทางรัฐ และมีการยื่นคำขอรับงบประมาณเข้ามาแบบเหมารวมกว่า 1.3 ล้านครัวเรือน โดยไม่มีการคัดกรองความเสียหายจริง ทั้งที่มีการจ่ายเงินไปแล้วกว่า 3 แสนครัวเรือน จึงขอเรียกร้องให้ กทม. และ ส.ส. ในพื้นที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและคัดกรองผู้เดือดร้อนตัวจริงตามที่กฎหมายกำหนด แทนที่จะออกมาให้ข้อมูลบิดเบือนจนสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน

- “ภราดร” เผยงบกลาง เยียวยาน้ำท่วม 4,700 ล้านหมดเกลี้ยงแล้ว วอนผู้ยังไม่ได้เงินอย่ากังว

- AI วิเคราะห์น้ำท่วมประเทศไทยปี 2593 จังหวัดไหนเสี่ยงจมน้ำ พื้นที่ไหนมีโอกาสรอด

- สาเหตุเงินเยียวยาน้ำท่วมโอนช้า-ได้ไม่เท่ากัน ใครรับ 5000 หรือ 9000 บาท

พัฒนาการของเหตุการณ์: 5 รายงาน

ความคิดเห็น