“อิสริยะ” สส.พรรคประชาชน แถลงหลังประชุม ครม.เงา จี้รัฐนำฐานข้อมูล “ไทยช่วยไทยพลัส” มาช่วย SME น้ำท่วม พร้อมเข้มเครดิตเทอม 45 วัน สกัดหนี้นอกระบบ
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 พรรคประชาชนแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ครั้งที่ 15 ที่อาคารรัฐสภา นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นำเสนอแพ็กเกจมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อเร่งรัดการช่วยเหลือและสกัดกั้นปัญหาหนี้นอกระบบ
เบื้องต้น นายสรนันท์ รุ่งโรจนารักษ์ คณะกรรมการ Next Gen ตัวแทนสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ได้สะท้อนปัญหาของสมาชิกซึ่งส่วนใหญ่เป็น MSME ว่ากำลังเผชิญภาระหนี้สินอย่างหนัก ทั้งหนี้ในระบบและนอกระบบ พร้อมกันนี้ได้เสนอให้มีมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า โดยเน้นย้ำเรื่องการพักชำระหนี้และลดดอกเบี้ยระยะสั้น เพื่อให้กิจการรายย่อยมีสภาพคล่องเพียงพอในการฟื้นฟูตัวเอง
ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตดังกล่าว นายอิสริยะ ได้นำเสนอมาตรการเชิงรุกของพรรคประชาชน โดยพุ่งเป้าไปที่ 3 กลไกหลัก ได้แก่
1. เร่งพิสูจน์ตัวตนด้วยฐานข้อมูล : เสนอให้รัฐบาลนำเทคโนโลยีมาใช้เร่งจ่ายเงินเยียวยา โดยให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) นำฐานข้อมูลร้านค้านอกระบบภาษีจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งระบุตัวตนและยอดขายไว้แล้ว มาใช้ยืนยันสิทธิให้แก่ผู้ประกอบการ พร้อมทั้งเปิดข้อมูลดังกล่าวให้สถาบันการเงินเข้าถึงได้ เพื่อย่นระยะเวลาพิจารณาอนุมัติความช่วยเหลือ
2. ปรับกลไกการเงินเชิงรุกแข่งกับหนี้นอกระบบ : สถาบันการเงินต้องเปลี่ยนแนวทางจากการรอให้ผู้ประสบภัยมายื่นเรื่องขอกู้ เป็นการลงพื้นที่เข้าหาผู้ประกอบการโดยตรงเพื่อป้องกันการพึ่งพาหนี้นอกระบบ นอกจากนี้ รัฐบาลควรประสานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อขอความร่วมมือธุรกิจรายใหญ่ให้เริ่มชำระเงินตามกรอบเวลาให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) ไม่เกิน 45 วันทันที โดยไม่ต้องรอให้ประกาศของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้ามีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 พฤศจิกายน เพื่อเร่งเติมสภาพคล่องให้ SME
3. จัดหาพื้นที่ชั่วคราวและระดมช่างวิชาชีพฟื้นฟูกิจการ : เนื่องจากร้านค้าที่เสียหายต้องอาศัยเวลาซ่อมแซม จึงเสนอให้รัฐบาลเข้ามาเป็นเจ้าภาพเจรจาหาพื้นที่ของรัฐหรือเอกชน ให้ผู้ประกอบการที่ร้านค้าพังเสียหายได้ใช้ประกอบกิจการชั่วคราว พร้อมประสานงานกับสมาคมวิชาชีพต่างๆ เช่น สมาคมช่างไฟฟ้า สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย และสมาคมการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทย เพื่อระดมช่างฝีมือลงพื้นที่ช่วยซ่อมแซมร้านค้า เครื่องจักร และยานพาหนะ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาเปิดกิจการได้เร็วที่สุด