คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangอ่างทอง · เปลี่ยน

อินฟลูฯสาวสายกีฬา “กอล์ฟ กัญญ์นลิน” ร่ำไห้ ถูกบังคับโพสต์ประจานตัวเอง

ที่มา: ข่าวสด

อินฟลูฯสาวสายกีฬา “กอล์ฟ กัญญ์นลิน” ร่ำไห้ ปล่อยคลิปอธิบาย ถูกเจ้าของร้านอาหาร บังคับโพสต์ประจานตัวเอง อ้างห่วงทีมงาน-ผู้จัดการที่ถูกกักเป็นตัวประกัน

วันที่ 22 ต.ค.2569 เฟซบุ๊กของ อินฟลูเอนเซอร์สาวสายกีฬาชื่อดัง Golf Kannalin ได้มีการเผยแพร่ คลิป โดยมีเนื้อระบุ เกี่ยวกับการทำงานร่วมกับ ร้านอาหารในสวนรถไฟร้านหนึ่ง พร้อมกับมีข้อความระบุว่า เล่าเหตุการณ์กอฟถูกบังคับให้โพสต์ประจานตัวเอง หลายคนอาจได้เห็นโพสต์ในเพจกอฟเมื่อวันอาทิตย์

กอฟขอชี้แจงว่า กอฟถูกบังคับให้ทำโดยคู่กรณีที่มีคนในเครื่องแบบเป็นพวก จับทีมงานและผู้จัดการกอฟเป็นตัวประกัน ทีแรกเรียกรับเงิน โดยพยายามยัดข้อหาบุกรุกสถานที่กับเรา แต่เรายืนยันไม่จ่าย เพราะไม่ได้บุกรุก เขาจึงเปลี่ยนเป็นเขียนสคริปแล้วบังคับให้กอฟโพสต์ประจานตัวเองบนโซเชียล

เรื่องมีอยู่ว่า ผู้จัดการกอฟได้พบกับพี่ใจดีสองคน เจ้าของร้านอาหารในสวนรถไฟ ตกลงกันว่าจะใช้พื้นที่ร้าน สร้างคอมมูนิตี้นักวิ่ง ให้มีที่นั่งพัก มีกาแฟเสิร์ฟ ทำความรู้จักกัน โดยกอฟจะไปช่วยโปรโมท เพื่อให้ร้านได้ทราฟฟิกมากขึ้น ตกลงกันว่าจะเปิดวันที่ 17 ตุลาคม ทดลองเป็นเวลา 2 สัปดาห์จากแผนเดิม 90 วันแบบตามที่ประชุมกัน

วันศุกร์ที่ 16 ตุลา ทีมงานเข้าเซทอัพสถานที่ โดยมีพี่หุ้นส่วนร้านและผู้จัดการร้านเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ วันเสาร์ที่ 17 ตุลา กอฟและทีมงานเปิดให้บริการ ตกลงกันว่าจะทดลองเปิดถึง 9.00 แต่ทราฟฟิกเยอะมากจนถึงเวลาประมาณ 11.00 จึงได้พัก พี่เจ้าของร้านโทรมาแจ้งว่า ขอให้หยุดขายเพราะการรถไฟที่เป็นคู่สัญญากับร้านไม่โอเค และให้เราขายวันอาทิตย์เป็นวันสุดท้าย

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลา ทราฟฟิกเข้าร้านเยอะมาก ทั้งเครื่องดื่มและอาหาร เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เราปิดรับออร์เดอร์ช่วง 9.00 และเริ่มทะยอยเก็บร้าน พี่เจ้าของร้านได้โทรมาต่อว่าด้วยคำหยาบคาย เราไม่อยากมีปัญหาจึงรีบเก็บของ ระหว่างเก็บของพี่เจ้าของร้านเดินทางมาถึงร้าน และตรงเข้ามาด่าทอกอฟและทีมงานด้วยคำหยาบคาย ใส่ร้ายกอฟและทีมงานต่อหน้าลูกค้าทั้งร้าน เสียงดังจนนักวิ่งและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในบริเวณนั้นหยุดดูและมีการถ่ายภาพวิดิโอ พี่เจ้าของร้านกล่าวหาว่ากอฟและผู้จัดการบุกรุกสถานที่ เป็น 18 มงกฏ และเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวง

กอฟและทีมงานจึงรีบเก็บของ และนำกลับมาเก็บที่บ้าน ระหว่างทางกลับบ้าน ทีมงานกอฟที่ยังเก็บของไม่เสร็จ แจ้งมาด้วยความตกใจว่า พี่เค้าเรียกคนในเครื่องแบบมาสองคนและไม่ให้ทีมงานกอฟออกจากพื้นที่ น้องๆ กลัวกันมากจนร้องไห้

ผู้จัดการกอฟจึงโทรแจ้ง 191 และรีบเดินทางกลับไปยังร้านที่สวนรถไฟ ทิ้งกอฟไว้รอรับรถขนของอีกคันที่ขับตามกันมา ระหว่างทางทีมงานโทรบอกว่า 191 โทรเข้ามาหาแล้ว แต่คนในเครื่องแบบและพี่เจ้าของร้าน ไม่ให้ออกจากพื้นที่

เมื่อไปถึงร้าน ผู้จัดการกอฟเข้าไปอัพเดทคนในเครื่องแบบว่าแจ้ง 191 แล้ว ขอให้ปล่อยทีมงานไป

ตรงนี้ผู้จัดการกอฟจึงกลายเป็นตัวประกันแทนทีมงาน เพราะเขาไม่อนุญาตให้ออกจากพื้นที่

ทีแรก เขาพยายามตั้งข้อหาบุกรุกสถานที่ และเรียกรับเงิน

แต่หลังจากที่คนในเครื่องแบบได้เห็นหลักฐานจากมือถือผู้จัดการกอฟ ก็ท่าทีเปลี่ยนไป พี่เจ้าของร้านจึงเปลี่ยนเป็นเขียนสคริป ให้ผู้จัดการกอฟ ถ่ายรูปส่งให้กอฟ เพื่อบังคับให้กอฟโพสต์ประจานตัวเอง ไม่งั้นจะไม่ให้ผู้จัดการออกจากพื้นที่ กอฟจำยอมต้องทำตาม เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของทีมงานกอฟ เท่านั้นยังไม่พอใจ พี่เจ้าของร้านยังบังคับให้กอฟแชร์โพสต์ไปยังเพจนักวิ่งสวนรถไฟด้วย

จากนั้นลูกชายพี่เจ้าของร้านเดินทางมาถึง และเมื่อได้เห็นหลักฐานการเตรียมประชุมงานกับทางร้านในมือถือผู้จัดการกอฟ ก็เจรจาขอให้เลิกแล้วต่อกัน และขอให้ผู้จัดการกอฟ ไปลงบันทึกประจำวันที่ สน เพื่อจบเรื่อง ที่ สน มีชายร่างสูงคนหนึ่ง เดินออกมารับลูกชายพี่เจ้าของร้าน ทีแรกผู้จัดการกอฟไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะไม่ได้ใส่เครื่องแบบ แต่ตอนนี้รู้แล้ว และมีหลักฐานโยงถึงพี่เจ้าของร้านเป็นทั้งคลิปเสียงและวิดิโอ

ผู้จัดการกอฟเล่าให้ฟังว่า ที่ สน เจ้าพนักงานไม่รู้จะบันทึกยังไง เพราะมันไม่เมคเซ้นจากที่ฟังเรื่องราว

หลังจากนั้นลูกชายพี่เจ้าของร้านก็โทรมาขอให้กอฟลบโพสต์ กอฟคิดว่ามันคงจบแล้ว แต่ไม่ค่ะ เช้าวันรุ่งขึ้น 19 ตุลาคม เวลาประมาณ 10.00 พี่เจ้าของร้านโทรมาคุกคามกอฟ ใจความประมาณว่า ใครสั่งให้ลบโพสต์ เดี๋ยวจะโดน อะไรทำนองนี้ กอฟตกใจมาก จึงวางหู และดีที่กอฟเพียงแค่ปิดกันการมองเห็น จึงเปิดการมองเห็นโพสต์ตามที่พี่เจ้าของร้านโทรมาสั่ง

ผู้จัดการกอฟทราบเรื่อง พยายามติดต่อลูกชายเจ้าของร้าน แต่ไม่รับสาย ไม่โทรกลับ ไม่ตอบข้อความ จึงเดินทางไปที่ สน เพื่อขอความช่วยเหลือก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ เพื่อนๆ หลายคนเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น กอฟจึงตัดสินใจทำคลิป และโพสต์นี้เพื่ออธิบาย เพราะกลัว และรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย

กอฟอยากขอโพสต์แชร์กับเพื่อนๆ เป็นอุทาหรณ์ ถ้างานไม่สำเร็จคงไม่มีปัญหา แต่พอมันสำเร็จ อาจจะกลายเป็นอีกเรื่องไปเลยก็ได้ คนใจดีที่ประชุมวางแผนงานกันมาสี่ห้าเดือน กลายเป็นคนอีกคนได้ในแบบที่เราคาดไม่ถึง เพียงแค่เราทำงานล่วงเวลาที่ตกลงกันไว้ ถึงแม้จะบรรลุวัตถุประสงห์ที่วางไว้ร่วมกันก็ตาม

ความคิดเห็น