ฮอนด้าเผยโฉม CRF1150L Africa Twin รุ่นปี 2027 ครั้งแรกในโลกที่งาน EICMA 2026 ปรับใหญ่เครื่องยนต์ 1,131 ซีซี พร้อม 3 รุ่นย่อย เพิ่มทางเลือกสายลุย Enduro Sports และระบบ Honda SENSING RIDE ในรุ่น Adventure Sports เกียร์ DCT
เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 69 ฮอนด้า หรือ Honda เปิดตัวรถจักรยานยนต์แอดเวนเจอร์ขนาดใหญ่ตระกูล CRF1150L Africa Twin รุ่นปี 2027 เป็นครั้งแรกในโลก ภายในงาน EICMA 2026 เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยปรับโฉมใหม่ทั้งเครื่องยนต์ โครงสร้าง และเทคโนโลยีช่วยขับขี่ พร้อมเพิ่มรุ่น Enduro Sports สำหรับผู้ที่เน้นการเดินทางบนเส้นทางออฟโรด
สำหรับการพัฒนาครั้งนี้ต่อยอดจาก CRF1100L Africa Twin ภายใต้แนวคิด “Shaped by You. True Adventure for All.” ด้วยการเพิ่มความจุเครื่องยนต์ ลดน้ำหนักชิ้นส่วน และปรับจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลง เพื่อให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น ทั้งการเดินทางไกลบนถนนลาดยางและการขับขี่บนเส้นทางลุย
เปิด 3 รุ่นย่อย เพิ่มทางเลือกตั้งแต่สายเที่ยวถึงสายลุย
CRF1150L Africa Twin ใหม่ แบ่งเป็น 3 รุ่นย่อย ได้แก่ CRF1150L Africa Twin, CRF1150L Africa Twin Adventure Sports และ CRF1150L Africa Twin Enduro Sports โดยแต่ละรุ่นได้รับการพัฒนาให้มีบุคลิกและอุปกรณ์เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน
เริ่มจาก CRF1150L Africa Twin รุ่นมาตรฐาน เน้นความสมดุลระหว่างการขับขี่ออฟโรดและการเดินทางไกล ปรับปรุงแพลตฟอร์ม เครื่องยนต์ รวมถึงระบบแสดงผลและควบคุมการทำงานของรถให้ใช้งานสะดวกขึ้น พร้อมชิลด์บังลมหน้าปรับระดับด้วยไฟฟ้า ระบบกันสะเทือน SHOWA EERA ที่ทำงานร่วมกับ Honda Skyhook และกุญแจอัจฉริยะ Honda Smart Key
ส่วน CRF1150L Africa Twin Adventure Sports เน้นการเดินทางระยะไกล มาพร้อมถังน้ำมันความจุ 24 ลิตร ล้อหน้าขนาด 19 นิ้ว และชิลด์บังลมหน้าขนาดใหญ่ โดยรุ่นเกียร์ DCT สามารถเลือกติดตั้ง Honda SENSING RIDE เป็นอุปกรณ์เสริมได้ ถือเป็นการนำระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงชุดนี้มาใช้เป็นครั้งแรกในรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
ขณะที่ CRF1150L Africa Twin Enduro Sports เป็นรุ่นใหม่ที่เพิ่มเข้ามาสำหรับสายออฟโรดโดยเฉพาะ ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าที่มีสเปกเทียบเท่า CRF450 RALLY รถแข่งดาการ์ แรลลี่ พร้อมดีไซน์เฉพาะรุ่นที่ถ่ายทอดแนวทางจากรถแข่ง แต่ยังคงความอเนกประสงค์ตามเอกลักษณ์ของ Africa Twin
ขยายเครื่องยนต์เป็น 1,131 ซีซี แรงบิด 119 นิวตันเมตร
รถทั้งตระกูลใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 1,131 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 87.5 กิโลวัตต์ ที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 119 นิวตันเมตร ที่ 5,700 รอบต่อนาที
ฮอนด้าเพิ่มความจุเครื่องยนต์ อัตราส่วนกำลังอัด และขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกระบอกสูบ พร้อมปรับระบบไอดี ไอเสีย และอัตราทดเกียร์ให้ทำงานสอดคล้องกัน เพื่อเพิ่มสมรรถนะการเร่งและความสะดวกสบายขณะเดินทาง
ด้านโครงสร้างมีการออกแบบเฟรมและสวิงอาร์มใหม่ โดยทั้งสองส่วนมีน้ำหนักรวมลดลง 1.4 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมปรับสมดุลความแข็งแกร่งของโครงสร้าง และติดตั้งถังน้ำมันย่อยใต้เบาะนั่งเพื่อลดจุดศูนย์ถ่วง ช่วยให้ควบคุมรถที่ความเร็วต่ำได้ง่ายขึ้น
สำหรับรุ่นมาตรฐานและ Adventure Sports ติดตั้งระบบกันสะเทือนควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ SHOWA EERA จาก Astemo พร้อมระบบควบคุม Honda Skyhook ซึ่งตรวจจับการเคลื่อนไหวของตัวรถแบบเรียลไทม์และปรับแรงหน่วงอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้รถทรงตัวและเพิ่มความสบายระหว่างขับขี่
นอกจากนี้ ยังมีโหมดขับขี่มาตรฐาน 6 โหมด รองรับการใช้งานทั้งออนโรดและออฟโรด โดยประสานการทำงานของเครื่องยนต์ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี เบรก ABS เกียร์ DCT และระบบกันสะเทือนอิเล็กทรอนิกส์ตามอุปกรณ์ของรถแต่ละรุ่น
Honda SENSING RIDE ใช้เรดาร์หน้า–หลัง ช่วยเตือนและควบคุมรถ
เทคโนโลยีสำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้คือ Honda SENSING RIDE ซึ่งมีให้เลือกเป็นอุปกรณ์เสริมใน CRF1150L Africa Twin Adventure Sports รุ่นเกียร์ DCT
ระบบใช้เรดาร์คลื่นมิลลิเมตรบริเวณด้านหน้าและท้ายรถ ตรวจจับสภาพแวดล้อมโดยรอบ ก่อนประมวลผลร่วมกับข้อมูลของผู้ขับขี่และตัวรถ เพื่อแจ้งเตือนและช่วยควบคุมการขับขี่
ฟังก์ชันด้านความสะดวกสบาย ประกอบด้วย ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control หรือ ACC พร้อม Stop & Go รองรับการหยุดรถและออกตัว ระบบช่วยรักษาระยะห่างขณะขับขี่เป็นกลุ่ม Group Ride Assist และระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า Distance Assist
ส่วนฟังก์ชันช่วยเตือนและช่วยเบรก ได้แก่ ระบบเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน Emergency Brake Assist ระบบเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Information ระบบแจ้งข้อมูลระยะห่างด้านหลัง Rear Distance Information และระบบเตือนการชนด้านหลัง Rear Collision Warning
เมื่อทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ DCT ฟังก์ชัน Stop & Go จะช่วยให้รถหยุดและออกตัวได้อย่างนุ่มนวลขณะใช้งาน ACC เพื่อลดภาระของผู้ขับขี่ระหว่างการจราจรติดขัดหรือการใช้งานในเมือง
ปรับดีไซน์แยกบุคลิก ติดตราเรือธงใหม่
ด้านรูปลักษณ์ รุ่นมาตรฐานยังคงสัดส่วนรถแอดเวนเจอร์ที่ดูยกสูง พร้อมไฟหน้าคู่ดีไซน์ใหม่ซึ่งกะทัดรัดและเฉียบคมขึ้น สานต่อเอกลักษณ์ “Twin Eyes” ของ Africa Twin
รุ่น Adventure Sports เน้นความสะดวกสบายในการเดินทางไกล ควบคู่กับเส้นสายและพื้นผิวตัวถังที่สะท้อนบุคลิกรถแอดเวนเจอร์เรือธง ส่วน Enduro Sports ใช้เส้นสาย “CRF streamline” ต่อเนื่องจากบังโคลนหน้าถึงบังโคลนหลัง ถ่ายทอดภาพลักษณ์รถแข่งแรลลี่รถทั้งตระกูลยังติดตั้งตราสัญลักษณ์ “Honda Flagship WING” รูปแบบใหม่ โทนสีเงินและดำ บริเวณถังน้ำมันหลักทั้งสองด้าน
เพิ่มวัสดุรีไซเคิลและพลาสติกจากพืช
ฮอนด้ายังเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพในรถตระกูลนี้ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการใช้วัสดุที่ยั่งยืน 100% ภายในปี 2050
ชิ้นส่วนที่นำมาใช้ ได้แก่ อะคริลิกผ่านกระบวนการรีไซเคิลทางเคมีสำหรับตราสัญลักษณ์และไฟท้าย รวมถึงไนลอนผ่านกระบวนการรีไซเคิลทางเคมีสำหรับฝาครอบด้านบนและชิ้นส่วนบริเวณขายึดบังโคลนหลัง ซึ่งเป็นการนำวัสดุทั้งสองประเภทมาใช้ในลักษณะดังกล่าวเป็นครั้งแรกในรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
ขณะที่ชิลด์บังลมหน้าและแผ่นเบี่ยงลมใช้ DURABIO พลาสติกวิศวกรรมชีวภาพที่มีวัตถุดิบจากพืช ส่วนแฟริ่งและตัวถังบางส่วนใช้พลาสติกโพลีโพรพีลีนรีไซเคิลจากผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการใช้งานแล้ว และโครงฐานเบาะใช้วัสดุรีไซเคิลจากเศษวัสดุในกระบวนการผลิต