ช็อก! สุ่มตรวจ เห็ดเข็มทอง นำเข้าจากจีนทั่ว กทม. พบเชื้อแบคทีเรียอันตราย 100%
ช็อก! สถาบันอาหารสุ่มตรวจ เห็ดเข็มทอง นำเข้าจากจีนทั่วกรุงเทพฯ พบเชื้อแบคทีเรียอันตรายทุกตัวอย่าง เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
เพจเฟซบุ๊ก เกษตร นานา ออกมาเปิดเผยข้อมูลเตือนภัยผู้บริโภคที่สร้างความตกใจเป็นอย่างมาก หลังจากการสุ่มตรวจเห็ดเข็มทองนำเข้าจากประเทศจีนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีการตรวจพบเชื้อแบคทีเรียอันตรายปนเปื้อนอยู่ทุกตัวอย่าง
เพจดังกล่าวระบุว่า “เห็ดเข็มทอง หรือเอโนกิตาเกะ วัตถุดิบที่คนไทยใช้ประกอบอาหารหลายชนิด เช่น ผัดเห็ดเข็มทอง ยำเห็ดเข็มทอง เบคอนพันเห็ดเข็มทองย่าง สลัดโรลเห็ดเข็มทอง ชาบู สุกี้ หม้อไฟ
วันนี้อาจต้องระวังกันสักนิด เพราะเมื่อต้นปี 2569 FDA สหรัฐฯ ตรวจพบเชื้อลิสทิเรีย โมโนไซโตจิเนสปนเปื้อนในเห็ดเข็มทองนำเข้าจากจีน จนต้องสั่งเรียกคืนสินค้าและออกประกาศแจ้งเตือนการนำเข้าลิสทิเรีย โมโนไซโตจิเนส เป็นเชื้อที่พบได้ทั่วไปในสิ่งแวดล้อม จึงพบปนเปื้อนในอาหารได้ง่าย
เห็ดเข็มทองเป็นเห็ดที่เพาะเลี้ยงในสภาพอบอุ่นและมีความชื้นสูง ทำให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อลิสทิเรีย โมโนไซโตจิเนส อีกทั้งวัสดุเพาะและลักษณะการเจริญที่ดอกเห็ดจะขึ้นอัดแน่นเป็นกระจุก ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ทำให้เชื้อนี้เติบโตได้ดี ที่สำคัญเชื้อนี้เจริญเติบโตได้ดีที่อุณหภูมิตู้เย็น
ระบบห่วงโซ่ความเย็นที่ช่วยรักษาความสดของเห็ดจะช่วยรักษาเชื้อชนิดนี้ไว้ด้วยเช่นกัน จึงทำให้พบเชื้อปนเปื้อนในเห็ดเข็มทองดิบที่วางขายในตลาดได้ แม้จะเก็บไว้โดยการแช่เย็นก็ตาม
หากเราได้รับเชื้อลิสทิเรีย โมโนไซโตจิเนสเข้าสู่ร่างกายจะก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ มีไข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ท้องเสีย อาเจียน กลุ่มเสี่ยงคือ ผู้สูงอายุ ผู้มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ อาจติดเชื้อในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบและเสียชีวิต ส่วนหญิงตั้งครรภ์ แม้อาการที่เกิดกับแม่อาจไม่รุนแรง แต่การติดเชื้ออาจทำให้แท้ง คลอดก่อนกำหนด หรือทารกแรกเกิดติดเชื้อรุนแรงได้
สถาบันอาหารเก็บตัวอย่างเห็ดเข็มทองดิบที่ผลิตในไทยและนำเข้าจากจีน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ร้านค้าในตลาดเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์เชื้อลิสทิเรีย โมโนไซโตจิเนสปนเปื้อน ผลวิเคราะห์พบว่า เห็ดเข็มทองดิบทั้ง 5 ตัวอย่าง พบการปนเปื้อน”
ทั้งนี้ เชื้อแบคทีเรีย “ลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส” สามารถเจริญเติบโตได้ในทุกระดับอุณหภูมิและทนความร้อนได้ดี มักพบตามแหล่งน้ำ น้ำเสีย รวมถึงอุจจาระของคนและสัตว์ จึงปนเปื้อนสู่อาหารได้ง่าย แม้จะผ่านความร้อนมาแล้ว แต่ก็เสี่ยงที่จะเกิดการปนเปื้อนซ้ำได้อีกในขั้นตอนการบรรจุ ขนส่ง หรือวางจำหน่าย
เมื่อร่างกายรับเชื้อชนิดนี้เข้าไป จะทำให้ป่วยเป็น “โรคติดเชื้อลิสเทอเรีย” (Listeriosis) ส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตเป็นพิษและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ป่วยมักมีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ ท้องเสีย และอาเจียน กลุ่มที่น่าเป็นห่วงคือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือทารกในครรภ์ที่ได้รับเชื้อจากมารดา ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีรายงานพบผู้เสียชีวิตจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อชนิดนี้มาแล้ว
- อ.เจษฎา ชี้เคส สาวกินปลาทูทอด จนผื่นขึ้น-หายใจไม่ออก ยันแพ้ฮิสตามีน ไม่ใช่สารพิษ
- อ.เจษฎา เผย “โซเดียมไนไตรท์” สารพิษในก๋วยเตี๋ยว ต้นเหตุทำชาวอุดรฯ ป่วยหนัก
- เจอตัวแล้ว หมอทักนักดนตรีป่วยโรคแปลก ขอไม่เปิดเผยตัว ดีใจผ่าตัดปลอดภัย