คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangอำนาจเจริญ · เปลี่ยน

ประวัติ ลูกชายป้าแมว เจ้าของศูนย์ฯ ดีกรีจบนอก น้อมรับผิด ออกแบบเตียงกรง

ที่มา: The Thaiger

ประวัติ ลูกชายป้าแมว เจ้าของศูนย์ฯ ดีกรีจบนอก น้อมรับผิด ออกแบบเตียงกรง

ประวัติ คุณเจ ลูกชายป้าแมว ทายาทศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ดีกรีจบนอก สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ยอมรับประยุกต์กรงเหล็ก เพื่อความปลอดภัย น้อมรับผิดเตรียมปรับปรุงเปิดบริการต่อ

จากกรณี ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เข้าตรวจเข้าตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยพึ่งพิงแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการทำร้ายร่างกาย และให้พักอาศัยอยู่ในกรง ทั้งยังถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าศูนย์ดังกล่าวมีใบอนุญาตประกอบกิจการ ขณะนี้มีผู้ป่วยในการดูแลทั้งสิ้น 92 คน

ขณะที่ คุณเจ เป็นลูกชายของป้าแมว เจ้าของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และเป็นทีมผู้บริหารรุ่นสืบทอด ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงกรณีดราม่าเตียงกรงเหล็ก ให้ข้อมูลว่าตนเองสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ในสาขาเฮลท์ไซท์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ

ในมุมมองทางการแพทย์ คุณเจระบุว่าตนเองยึดหลักการอ้างอิงตามหลักฐานเชิงประจักษ์ ซึ่งกรงที่นอนที่เห็นตามภาพยอมระบว่าออกแบบเอง ตนขอแสดงความรับผิดชอบด้วยการ “รับทั้งผิด รับทั้งชอบ” ซึ่งต้นตอของปัญหาเกิดจากความบกพร่องของตนเองในเรื่องการประเมินตัวคนไข้และการเก็บข้อมูลเวชระเบียน

นอกจากนี้ คุณเจยอมรับว่าแม้จุดประสงค์ของกรงเหล็กคือการป้องกันอันตราย แต่เรื่องหน้าตาของกรงที่ทำให้จิตใจของผู้ป่วยรู้สึกสบาย รวมถึงความมั่นใจของญาติและผู้พบเห็นก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ

ตนเองจะนำคำแนะนำของ สบส. และมุมมองจากสังคมจะไปเก็บเป็นโจทย์เพื่อพัฒนาปรับปรุงว่าจะทำอย่างไรให้สามารถแบ่งสัดส่วนบริเวณได้อย่างปลอดภัยและยังคงดูดี

สำหรับผลกระทบหลังกลายเป็นข่าว ทายาทเจ้าของศูนย์ฯ ยอมรับว่า ล่าสุดมีญาติเดินทางมาขอรับผู้ป่วยกลับออกไปแล้วจำนวน 5 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มี 3 รายที่เป็นผู้ป่วยจากครอบครัวเดียวกัน เขาเคารพในการตัดสินใจของญาติทุกครอบครัว

ทั้งนี้ คุณเจขอบคุณญาติที่แม้นำผู้ป่วยออกไป แต่จากการพูดคุยกันก็ยังรับรู้ได้ว่าญาติต่างเห็นอกเห็นใจและยังคงเอาใจช่วยอยู่ อย่างไรก็ดียืนยันความตั้งใจว่าจะพัฒนา ปรับปรุง แก้ไข เพื่อกลับมาเปิดให้บริการต่อไปให้ได้

นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยหลังการประชุมว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อกฎหมายอย่างละเอียด หากพบว่ามีความผิดตามกฎหมายจะดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตแต่ถ้าพบว่าผิดเพียงระดับระเบียบก็จะสั่งการให้ดำเนินการปรับปรุง หากปรับปรุงได้ตามมาตรฐานจะอนุญาตให้เปิดต่อ แต่หากปรับปรุงไม่ได้ก็จะต้องสั่งพักใบอนุญาต

ท่านอธิบดี สบส. ให้ข้อมูลชี้แจงเพิ่มเติมว่า สถานที่แห่งนี้ยื่นขออนุญาตเป็นสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ตามขอบเขตจะสามารถรับดูแลผู้ป่วยสุขภาพจิตได้เฉพาะระดับไม่เกินสีเขียวเท่านั้น หากผู้ป่วยมีอาการโวยวาย ถือว่าเกินขอบเขตที่จะดูแลได้ และต้องส่งต่อไปยังสถานพยาบาลหรือสถานบำบัดรักษาเท่านั้น โดยไม่สามารถนำมาอ้างเหตุผลเรื่องการทำเตียงกรงเหล็กเพื่อรับดูแลไว้เองได้

จากการตรวจสอบระบบลงทะเบียนพบว่า ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้มีผู้ป่วยลงทะเบียนอยู่ทั้งหมด 100 ราย แต่กลับพบว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวชมากถึง 92 ราย ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่เข้าข่ายลักษณะของสถานพยาบาล โดยอธิบดี สบส. ขอตรวจสอบข้อกฎหมายให้ชัดเจนอีกครั้งก่อนจะสรุปผลดำเนินการต่อไป

- ‘ป้าแมว’ วอนสังคมหยุดด่าทั้งน้ำตา ว่า ‘อั้ม’ เลี้ยงไม่อิ่มเลยวิ่งไปหา ‘ยุ้ย’

- แม่ภัทร ถูกลงโทษ-ทุบตี บังคับอดข้าว เพราะลูกสาวและน้องสาวพยายามช่วย

- แม่ภัทร เล่าสะอื้น ถูกขู่รักษาตัวให้ดี หากป่วยจะไม่ส่ง รพ. ปล่อยให้ตายคากรง

- สภาพห้อง แม่ภัทร ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ จ.กาญจนบุรี ถูกขังในกรงเหล็ก-ขับถ่ายใส่ถัง

ความคิดเห็น