คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangอำนาจเจริญ · เปลี่ยน

เปิด 3 คำทำนาย “นอสตราดามุสแห่งอเมริกา” ก่อนปี 2028 หลังหลายชาติแนะตุนเสบียง

ที่มา: The Thaiger

เปิด 3 คำทำนาย “นอสตราดามุสแห่งอเมริกา” ก่อนปี 2028 หลังหลายชาติแนะตุนเสบียง

จอห์น โฮก (John Hogue) นักเขียนและผู้ศึกษาคำพยากรณ์ชาวอเมริกัน เจ้าของฉายา “นอสตราดามุสแห่งอเมริกา” เปิดเผยคำทำนายเกี่ยวกับอนาคตโลกก่อนปี 2028 โดยเตือนถึงเหตุการณ์ใหญ่ 3 ประการ ได้แก่

- สงครามนิวเคลียร์

- สงครามใหญ่ที่อาจยืดเยื้อถึง 27 ปี

- การล่มสลายของอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองของสหรัฐอเมริกา

คำทำนายได้รับความสนใจในช่วงเวลาใกล้กับที่รัฐบาลหลายประเทศออกคำแนะนำให้ประชาชนสำรองอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ตั้งแต่ 3 วันจนถึง 10 วัน ทำให้เกิดการตั้งคำถามบนสื่อสังคมออนไลน์ว่า โลกกำลังเตรียมรับมือภัยพิบัติหรือสงครามครั้งใหญ่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม การเตรียมเสบียงของแต่ละประเทศเป็นมาตรการรับมือภัยฉุกเฉินที่มีเหตุผลและกำหนดเวลาแตกต่างกัน ไม่ปรากฏหลักฐานว่ารัฐบาลเหล่านี้ออกคำแนะนำเพราะคำทำนายของโฮก

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์อังกฤษ The Sun เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 โฮกแสดงความเห็นเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยนำสถานการณ์ปัจจุบันมาประกอบการตีความบทกวีของนอสตราดามุส นักพยากรณ์ชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 16 ก่อนเสนอเหตุการณ์ที่เขาเชื่อว่าอาจเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า

โฮกเป็นนักเขียนที่ศึกษาคำพยากรณ์มานานกว่า 40 ปี ผลงานของเขาประกอบด้วยหนังสือ Nostradamus: The Complete Prophecies, Nostradamus: The New Revelations และ The Millennium Book of Prophecy โดยมักเชื่อมโยงคำพยากรณ์โบราณเข้ากับสถานการณ์การเมือง เศรษฐกิจ และความขัดแย้งระหว่างประเทศ

คำทำนายแรกเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน

โฮกมองว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจตัดสินใจใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีเป้าหมายในอิหร่าน โดยเขาประเมินโอกาสเกิดเหตุการณ์นี้ไว้ที่ 50 ต่อ 50 พร้อมอ้างว่าการใช้อาวุธตามแบบแผนอย่างต่อเนื่องอาจทำให้คลังอาวุธของชาติตะวันตกลดลง จนนำไปสู่การพิจารณาใช้อาวุธที่มีอานุภาพรุนแรงกว่าเดิม

เขายังตั้งสมมติฐานว่า การโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์อาจทำให้อิหร่านตอบโต้ทางทหาร และขยายความขัดแย้งไปยังประเทศอื่น รวมถึงความเป็นไปได้ที่การเผชิญหน้าระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตกในยุโรปจะทวีความรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขโอกาส 50% เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของโฮก ไม่ใช่ผลการประเมินจากหน่วยข่าวกรองหรือแบบจำลองทางสถิติ และไม่มีหลักฐานยืนยันว่าสหรัฐฯ ตัดสินใจจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ตามที่เขาคาดการณ์

คำทำนายที่สองคือสงครามขนาดใหญ่ที่อาจดำเนินต่อเนื่องนานถึง 27 ปี

โฮกนำบทกวีของนอสตราดามุสที่กล่าวถึงสงครามยาวนาน 27 ปี มาตีความเชื่อมโยงกับบุคคลปริศนาชื่อ “มาบุส” (Mabus) ซึ่งปรากฏอยู่ในคำพยากรณ์โบราณ

เขาเชื่อมโยงชื่อ Mabus เข้ากับอักษรย่อ MBS ของ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย พร้อมตั้งสมมติฐานว่า หากเจ้าชายถูกลอบปลงพระชนม์หรือเสียชีวิตอย่างกะทันหัน อาจกลายเป็นชนวนของความขัดแย้งที่ขยายตัวไปทั่วตะวันออกกลาง

โฮกคาดการณ์ว่า หากเกิดสงครามลักษณะนี้ แหล่งผลิตน้ำมัน โรงงานก๊าซธรรมชาติ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอาจถูกทำลาย ส่งผลให้หลายประเทศเผชิญปัญหาพลังงานขาดแคลน ราคาสินค้าพุ่งสูง และการเข้าถึงอาหารกับน้ำสะอาดได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ การตีความว่า Mabus หมายถึงเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน เป็นข้อสันนิษฐานของโฮกเอง ยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกัน และไม่ได้หมายความว่าสงคราม 27 ปีจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

คำทำนายที่สามคือสหรัฐอเมริกาอาจสูญเสียสถานะมหาอำนาจโลกภายในปี 2028

โฮกอ้างถึงช่วงเวลาทางโหราศาสตร์ที่เขาเรียกว่า Shofar Silence ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่เดือนกันยายน 2026 ถึงเดือนกันยายน 2028 โดยเชื่อว่าสหรัฐฯ อาจเผชิญปัญหาหลายด้านพร้อมกัน ทั้งราคาน้ำมันที่สูงขึ้น การขาดแคลนเชื้อเพลิงดีเซล ภาวะเงินเฟ้อ หนี้สาธารณะ และความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ

เขาระบุวันที่ 11 กันยายน 2028 เป็นช่วงเวลาที่สหรัฐฯ อาจสูญเสียอำนาจและอิทธิพลในฐานะมหาอำนาจโลก โดยวันที่นี้ตรงกับวันครบรอบ 27 ปี เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2001

อย่างไรก็ตาม โฮกไม่ได้เสนอหลักฐานทางเศรษฐศาสตร์ที่สามารถยืนยันได้ว่าสหรัฐฯ จะล่มสลายในวันดังกล่าว คำทำนายทั้งสามจึงเป็นการตีความส่วนบุคคล ไม่ใช่ผลพยากรณ์ที่ผ่านการตรวจสอบด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์

ในช่วงเวลาเดียวกับที่คำทำนายได้รับความสนใจ หลายประเทศกำลังผลักดันมาตรการให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน โดยมีทั้งนโยบายที่เริ่มใช้มาหลายปีแล้วและคำแนะนำที่เพิ่งประกาศเพิ่มเติมในเดือนตุลาคม 2569

ล่าสุด รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศโครงการ Be Ready เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 แนะนำให้ประชาชนเตรียมน้ำดื่ม อาหารที่เก็บรักษาได้นาน ยารักษาโรค ไฟฉาย วิทยุ และแบตเตอรี่สำรอง เพื่อให้สามารถดูแลตัวเองได้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง หากเกิดเหตุขัดข้องของระบบสาธารณูปโภค

รัฐบาลอังกฤษระบุว่า โครงการนี้มีเป้าหมายรับมือเหตุฉุกเฉินหลายรูปแบบ ตั้งแต่พายุรุนแรง น้ำท่วม ไฟป่า ไฟฟ้าดับ ไปจนถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจทำให้ระบบน้ำประปา การสื่อสาร และอินเทอร์เน็ตหยุดทำงานชั่วคราว

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568 คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เปิดตัวยุทธศาสตร์ Preparedness Union Strategy ซึ่งมีข้อเสนอให้ประชาชนในสหภาพยุโรปเตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับดำรงชีวิตด้วยตนเองอย่างน้อย 72 ชั่วโมง เพื่อรับมือทั้งภัยธรรมชาติ ความขัดแย้งทางทหาร และการโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐาน

ส่วน นอร์เวย์ แนะนำให้ประชาชนเตรียมเสบียงสำหรับหนึ่งสัปดาห์ โดยสำนักงานคุ้มครองพลเรือนของประเทศปรับระยะเวลาการเตรียมพร้อมจาก 3 วันเป็น 7 วัน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 ขณะที่ เยอรมนี มีคำแนะนำให้ประชาชนเตรียมอาหารและน้ำดื่มสำรองสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินนานถึง 10 วัน

ด้าน ญี่ปุ่น เตรียมออกคำขอความร่วมมือในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ให้ประชาชนสำรองอาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์จำเป็นอย่างน้อย 3 วัน และหากสามารถทำได้ควรเตรียมให้เพียงพอหนึ่งสัปดาห์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรับมือภัยพิบัติขนาดใหญ่ โดยเฉพาะแผ่นดินไหว

สำหรับประเทศไทย กระแสการเตรียมเสบียงจากต่างประเทศทำให้เกิดข่าวว่า สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ออกประกาศให้ประชาชนเตรียมอาหาร เวชภัณฑ์ และสิ่งของจำเป็นสำหรับ 72 ชั่วโมง เพื่อรับมือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

แต่เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหมเผยแพร่คำชี้แจงของ สมช. ยืนยันว่า ไม่มีการออกประกาศหรือคำแนะนำให้ประชาชนสำรองอาหารและเวชภัณฑ์เป็นเวลา 72 ชั่วโมง ตามที่มีการเผยแพร่ข่าว พร้อมระบุว่าหน่วยงานยังติดตามและประเมินสถานการณ์ระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด

เมื่อเปรียบเทียบกำหนดเวลาของมาตรการเหล่านี้ จะพบว่าบางประเทศเริ่มรณรงค์ให้ประชาชนสำรองเสบียงมาตั้งแต่ปี 2567 และ 2568 ก่อนที่คำทำนายของโฮกจะกลับมาเป็นข่าวในเดือนตุลาคม 2569 จึงไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงว่ารัฐบาลประเทศต่าง ๆ กำลังเตรียมประชาชนรับมือสงครามตามคำทำนายก่อนปี 2028

สำหรับประชาชนทั่วไป การมีน้ำดื่ม อาหาร ยาประจำตัว ไฟฉาย และแบตเตอรี่สำรองตามความเหมาะสม เป็นแนวทางรับมือเหตุฉุกเฉินที่ใช้ได้กับทั้งภัยธรรมชาติและปัญหาระบบสาธารณูปโภค โดยไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้ากักตุนเกินความต้องการหรือรอให้เกิดสถานการณ์วิกฤตก่อนจึงเริ่มเตรียมตัว

- ข่าวปลอม! สมช. โต้สั่งตุนอาหาร-ยา 72 ชม. ยันไม่มีประกาศเตือน

- จับตา ญี่ปุ่น เตือนประชาชน สำรองอาหาร-น้ำ 1 สัปดาห์ ซ้อมรับมือภัยพิบัติ

- EU แนะประชาชนกักตุนเสบียงเพียงพอ 72 ชม. เตรียมพร้อมรับมือสงคราม

ความคิดเห็น