กองทัพเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธนำวิถีแบบพิสัยใกล้ราว 12 ลูก จากบริเวณเมืองวอนซาน มุ่งหน้าสู่ทะเลตะวันออกวันนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดตามแนวชายแดนระหว่างสองเกาหลี หลังเกาหลีใต้เสนอเปิดการเจรจาทางทหารเพื่อหารือเรื่องแนวพรมแดนและฟื้นฟูช่องทางการสื่อสาร แต่เกาหลีเหนือยังไม่มีท่าทีตอบรับ
กองทัพเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธนำวิถีแบบพิสัยใกล้ประมาณ 12 ลูก จากบริเวณเมืองวอนซาน ทางชายฝั่งตะวันออกของประเทศ มุ่งหน้าสู่ทะเลตะวันออก หรือทะเลญี่ปุ่น เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. วันนี้ (29 ค.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น
คณะเสนาธิการทหารร่วมเกาหลีใต้ (JCS) ระบุว่า กองทัพตรวจพบการยิงขีปนาวุธดังกล่าว และกำลังวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะทางการบินและคุณลักษณะอื่น ๆ พร้อมเพิ่มระดับการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือ หากเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธเพิ่มเติม โดยประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสหรัฐฯ และญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด
ด้านหน่วยยามฝั่งญี่ปุ่นรายงานว่า วัตถุที่คาดว่าเป็นขีปนาวุธซึ่งเกาหลีเหนือยิงออกมา ดูเหมือนจะตกลงสู่ทะเลแล้ว พร้อมเตือนให้เรือที่เดินเรืออยู่ในบริเวณดังกล่าวเพิ่มความระมัดระวัง
การยิงขีปนาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเกาหลีเหนือทดสอบอาวุธหลายชนิดในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงระบบตอร์ปิโดนำวิถีความแม่นยำสูงรุ่นใหม่ และขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงพิสัยปานกลาง โดยมีรายงานว่าอาวุธทั้งสองชนิดนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ มาใช้
นอกจากนี้ การยิงครั้งล่าสุดยังเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นจากเหตุทุ่นระเบิดระเบิดบริเวณพรมแดนที่มีการป้องกันอย่างเข้มงวดระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ส่งผลให้ทหารเกาหลีใต้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย
ผลการสอบสวนร่วมระหว่างเกาหลีใต้กับสหประชาชาติเมื่อต้นเดือนตุลาคมสรุปว่า เกาหลีเหนือเป็นผู้วางทุ่นระเบิดดังกล่าวไว้ตั้งแต่กว่าหนึ่งปีก่อน เกาหลีใต้กล่าวหาเกาหลีเหนือว่าละเมิดข้อตกลงสงบศึกอย่างชัดเจน และเรียกร้องให้กลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา
อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือแสดงท่าทีเยาะเย้ยข้อเสนอของประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ โดยคิม โย-จอง น้องสาวของคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เรียกข้อเสนอดังกล่าวว่าเป็น “จุดสูงสุดของเรื่องตลก”
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกาหลีใต้เสนอให้เปิดการเจรจาทางทหารกับเกาหลีเหนือ เพื่อยืนยันตำแหน่งแนวพรมแดนระหว่างสองประเทศให้ชัดเจนตรงกัน และหารือเกี่ยวกับการฟื้นฟูช่องทางการสื่อสาร แต่จนถึงขณะนี้ เกาหลีเหนือยังไม่ได้ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว
เขตปลอดทหารเกาหลี หรือ DMZ เป็นหนึ่งในพื้นที่พรมแดนที่มีการเสริมกำลังและป้องกันอย่างเข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เหตุการณ์เกี่ยวกับทุ่นระเบิดในพื้นที่นี้เคยเป็นชนวนเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองประเทศมาแล้วหลายครั้ง ทั้งนี้ เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังคงอยู่ในสถานะสงครามในทางเทคนิค เนื่องจากสงครามเกาหลีสิ้นสุดลงในปี 2496 ด้วยข้อตกลงสงบศึก ไม่ใช่สนธิสัญญาสันติภาพ
ขณะเดียวกัน ความพยายามล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในการติดต่อกับเกาหลีเหนือ ทำให้เกิดความกังวลว่าเกาหลีใต้อาจถูกลดบทบาทในการเจรจานิวเคลียร์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างวอชิงตันกับเปียงยาง โดยทรัมป์กล่าวล่าสุดในลักษณะที่ลดความเป็นไปได้ของการประชุมสุดยอดกับผู้นำเกาหลีเหนือในระยะนี้ แต่ยังยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคิม จอง-อึน “ดีมาก”
ก่อนหน้านี้ ในเดือนตุลาคม เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธนำวิถีแบบพิสัยใกล้หลายลูก หลังจากทรัมป์กล่าวว่าผู้นำทั้งสองอาจพบกันได้ภายในปีนี้ ส่วนการทดสอบอาวุธครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม โดยเกาหลีเหนืออ้างว่าเป็นการทดสอบขีปนาวุธทางยุทธวิธี เพื่อพัฒนาส่วนประกอบสำคัญของระบบอาวุธ.