อนามัยโลก จี้ขอข้อมูลรัสเซีย หลังสื่อตีข่าว นักวิจัยดับราย 2 มอสโกปัดกาฬโรคระบาด
องค์การอนามัยโลก(WHO)แถลงในวันอังคาร(6 ต.ค.)ว่า ทางหน่วยงานได้ร้องขอข้อมูลจากทางการมอสโกกรณีที่สื่อรัสเซียรายงานว่ามีพนักงานห้องปฏิบัติการเสียชีวิตเป็นรายที่ 2 จากการป่วยด้วยโรคปอดอักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุ นอกจากนี้ WHO ยังได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อชี้แจงสาเหตุของโรคปอดอักเสบรุนแรงและเชื้อก่อโรคที่เป็นต้นเหตุให้ต้องมีการดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขด้วย
อย่างไรก็ดี หน่วยงานกำกับดูแลด้านสาธารณสุขของรัสเซียปฏิเสธในวันเดียวกันว่าไม่พบผู้ติดเชื้อกาฬโรคในกลุ่มบุคคลที่สัมผัสใกล้ชิดกับพนักงานห้องปฏิบัติการของสถาบันวิจัยโรคกาฬโรคในไซบีเรียซึ่งเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาเป็นรายแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากสัมผัสหลอดทดลองที่แตก
ทั้งนี้ สื่อรัสเซียรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตรายที่ 2 ในแคว้นอิร์คูตสค์ ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการระบาดของโรคกาฬ
อย่างไรก็ดี กรณีการเสียชีวิตของพนักงานห้องปฏิบัติบัติเป็นรายที่ 2 นั้น ยังได้รับการยืนยันจากแหล่งข้อมูลอิสระและทางการรัสเซียเองก็ไม่ได้ยอมรับว่ากาฬโรคเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของทั้งสองกรณีนี้
ความตื่นกลัวโรคร้ายแรงนี้เกิดขึ้นหลังจาก ดาร์ยา ชิปิโลวา พนักงาน วัย 28 ปีของสถาบันวิจัยโรคกาฬโรคในแคว้นอิร์คูตสค์ ภูมิภาคไซบีเรียของรัสเซีย ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 29 กันยายน ด้วยอาการปอดอักเสบขั้นรุนแรง ก่อนเธอจะเสียชีวิตลงในวันที่ 2 ตุลาคม
สื่อรัสเซียและสื่ออิสระรายงานว่าชิปิโลวาอาจสัมผัสกับเชื้อ Yersinia pestis ซึ่งเป็นแบคทีเรียก่อโรคกาฬโรคในระหว่างการปฏิบัติงานที่สถาบันแห่งนี้ โดยรายงานบางกระแสระบุว่าเธอทำหลอดทดลองที่บรรจุเชื้อแบคทีเรียที่มีชีวิตแตกโดยไม่ตั้งใจ แม้ว่าทางการรัสเซียจะยังไม่ได้ยืนยันข้อมูลดังกล่าวก็ตาม
Rospotrebnadzor ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านสาธารณสุขของรัสเซียระบุว่า ชิปิโลวาเสียชีวิตด้วยโรคปอดอักเสบที่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด พร้อมยืนยันว่าไม่พบผู้ป่วยโรคกาฬโรคในพื้นที่ดังกล่าว สำหรับผู้ที่เคยสัมผัสใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิตได้ถูกนำตัวไปเฝ้าดูอาการและเข้ารับการตรวจหาเชื้อแล้ว
ต่อมาสื่อรัสเซียรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอีกรายที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในแคว้นอิร์คูตสค์ หลังจากถูกกล่าวหาว่าติดเชื้อกาฬโรค อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือหลักฐานอย่างเป็นทางการอื่นใดที่ยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างการเสียชีวิตดังกล่าวกับโรคนี้