อัยการพิเศษ เรียกร้องโทษประหารชีวิต ‘ยุน ซอกยอล’ อดีตปธน.เกาหลีใต้ จากการประกาศกฎอัยการศึก
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม อัยการพิเศษเกาหลีใต้ เรียกร้องให้มีการตัดสินโทษประหารชีวิต ยุน ซอกยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ก่อนหน้าที่ศาลอุทธรณ์จะตัดสินคดีข้อหากบฏ จากการประกาศกฎอัยการศึกของนายยุน เมื่อเดือนธันวาคม 2024
อย่างไรก็ตาม ศาลสูงกรุงโซล ยังไม่ได้กำหนดวันตัดสินคดีอุทธรณ์ของนายยุน ต่อคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตที่ศาลแขวงกลางกรุงโซล มีคำสั่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ศาลพบว่า เขาใช้กำลังทหารและตำรวจอย่างผิดกฎหมายเพื่อยึดอาคารรัฐสภา จับกุมฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง และสถาปนาระบอบการปกครองที่ไร้การตรวจสอบเป็นระยะเวลาหนึ่ง
คณะผู้สอบสวน ซึ่งนำโดยอัยการพิเศษ โช อึน ซุก ก็ได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินเช่นกัน โดยให้เหตุผลว่า นายยุน สมควรได้รับโทษประหารชีวิต เพราะการกระทำของเขาก่อให้เกิดภัยคุกคามร้ายแรงต่อประชาธิปไตยของประเทศ
โดยระหว่างการพิจารณาคดีที่ศาลสูง ทีมของนายโช กล่าวว่า มีเพียงโทษประหารชีวิตเท่านั้นที่จะสามารถเอาผิดนายยุนได้อย่างเต็มที่ สำหรับอาชญากรรมร้ายแรงอย่างการวางแผนก่อกบฏ และการระงับการประหารชีวิตของประเทศที่มีมาอย่างยาวนานไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการที่ศาลจะตัดสินประหารชีวิต
อย่างไรก็ตาม การประหารชีวิตนั้นไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ โดยเกาหลีใต้ไม่มีการประหารชีวิตเกิดขึ้นเลยตั้งแต่ปี 1997 ซึ่งเป็นการคงไว้ซึ่งการระงับโทษประหารชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากมีการเรียกร้องให้ยกเลิกโทษประหารชีวิต
ขณะที่ทีมทนายความของนายยุนกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า อัยการกำลังกล่าวอ้างซ้ำซากในสิ่งที่ปราศจากหลักฐานและตรรกะทางกฎหมาย พร้อมทั้งอ้างว่า กฎอัยการศึกของนายยุนมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชน เกี่ยวกับสิ่งที่เขาเรียกว่า ความพยายามของสภานิติบัญญัติที่นำโดยฝ่ายค้านในการทำให้กิจการของรัฐเป็นอัมพาต โดยที่นายยุนไม่ได้มีเจตนาที่จะก่อให้เกิดอันตรายหรือสถาปนาระบอบเผด็จการแต่อย่างใด
ทั้งนี้ การประกาศกฎอัยการศึกของนายยุน ที่ประกาศในช่วงดึกวันที่ 3 ธันวาคม 2024 มีผลบังคับใช้เพียงไม่กี่ชั่วโมง จนกระทั่งสมาชิกสภานิติบัญญัติจำนวนหนึ่งฝ่าแนวปิดล้อมของทหารและตำรวจติดอาวุธหนักที่รัฐสภา และลงมติยกเลิก ทำให้คณะรัฐมนตรีของเขาต้องยกเลิกมาตรการดังกล่าว
นายยุนถูกสั่งพักงานเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2024 หลังจากถูกสภานิติบัญญัติซึ่งนำโดยฝ่ายเสรีนิยมลงมติถอดถอน และต่อมาถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2025 เขาถูกจับกุมอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม 2025 และต้องเผชิญกับการพิจารณาคดีอาญาหลายคดีจากเหตุการณ์ประกาศกฎอัยการศึกและข้อกล่าวหาอื่น ๆ โดยข้อหาเป็นกบฏถือเป็นความผิดที่มีโทษหนักที่สุด
นอกเหนือจากการยื่นอุทธรณ์คดีที่เขาถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาเป็นกบฏแล้ว นายยุนยังได้ยื่นอุทธรณ์คดีที่เขาถูกตัดสินจำคุก 30 ปี จากกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าสั่งการให้ส่งโดรนบินเข้าไปในปี 2024 เพื่อจงใจยกระดับความตึงเครียดกับเกาหลีเหนือ และสร้างข้ออ้างในการประกาศใช้กฎอัยการศึกภายในประเทศ ทั้งนี้ ทีมทนายความของนายยุนระบุว่า การส่งโดรนดังกล่าวเป็นการตอบโต้ที่เกาหลีเหนือส่งลูกโป่งบรรทุกขยะจำนวนหลายพันลูกเข้ามาในเกาหลีใต้